ผมเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่หลงใหลการเดินทางอย่างมาก เต็มไปด้วยพลังและความกระตือรือร้นในการสำรวจความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของแต่ละที่ ด้วยประสบการณ์การเดินทางรอบโลกหลายปี ผมชอบค้นหาความลึกซึ้งของวัฒนธรรมท้องถิ่น และแบ่งปันรายละเอียดที่ไม่ค่อยมีใครรู้ คราวนี้ ผมจะพาทุกคนไปสัมผัสกับความงดงามของ อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว ที่ได้รับการขนานนามว่า “สวรรค์บนดิน” เพื่อร่วมดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามเสมือนบทกวี และวัฒนธรรมทิเบตอันเป็นเอกลักษณ์ที่นี่


สารบัญบทความ


แนะนำอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว หรือที่รู้จักในชื่อเขตอนุรักษ์ธรรมชาติระดับชาติ มีพื้นที่หลักที่น่าสำรวจได้แก่ หุบเขาซู่เจิ้งโกว (Shuzheng Gou)、หุบเขาเจ๋อชาเหว๋อโกว (Zechawa Gou)、หุบเขารื่อเจ๋อโกว (Rize Gou) และหุบเขาจาฉูกู (Zaru Gou) สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นคือ ทะเลสาบแร่หินปูนที่กว้างใหญ่ น้ำตกหินปูน และธารน้ำหินปูน ที่มีความงดงามหลากหลายและสมบูรณ์แบบ บวกกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยรอบที่ยังคงอุดมสมบูรณ์

ในอุทยานยังมีพืชพันธุ์มากมาย เช่น เถาวัลย์กว่า 38 ชนิด และพืชหายากที่อยู่ในบัญชีการคุ้มครองของจีนกว่า 74 ชนิด อีกทั้งยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์มีกระดูกสันหลังกว่า 122 ชนิด รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 21 ชนิด นก 93 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 4 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอีก 4 ชนิด

ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1992 จิ่วไจ้โกวได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติขององค์การยูเนสโก และต่อมาในปี 2007 ได้รับการจัดอันดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน

  • ที่ตั้ง: เมืองจางจา (Zhangzha) อำเภอจิ่วไจ้โกว เขตปกครองตนเองทิเบต-เชียง (Tibetan-Qiang) มณฑลเสฉวน ตอนเหนือของเทือกเขาหมินซาน (Apple Maps / Amap)
  • เวลาเปิดทำการ: 08:00–17:00 (1 เม.ย.–15 พ.ย.) และ 08:30–17:00 (16 พ.ย.–31 มี.ค.)
  • เวลาเที่ยวที่แนะนำ: 1.5 วัน
  • ฤดูกาลเหมาะแก่การท่องเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • การซื้อตั๋ว: โปรโมชั่นพิเศษบน Trip
น้ำตกและภูมิทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามในอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

แผนที่อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

แผนที่อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกวพร้อมเส้นทางท่องเที่ยวหลัก

ทำไมคุณควรไปเยือนอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว?

อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว คือผลงานชิ้นเอกของธรรมชาติอย่างแท้จริง รอบด้านเต็มไปด้วยภูเขาหิมะสูงตระหง่าน ทะเลสาบน้ำใสสะท้อนแสง น้ำตกที่ไหลพรั่งพรู และสายน้ำเชี่ยวกรากที่ไม่เคยหยุดพัก ป่าทึบเขียวชอุ่ม สายหมอกที่ลอยบางเบา ท้องฟ้าสีฟ้าใส และแสงแดดที่สดใส ผสมผสานเข้ากับหมู่บ้านทิเบตโบราณ สะพานไม้ และโรงโม่โบราณ เกิดเป็นภาพธรรมชาติที่ทั้งงดงามและมีชีวิตชีวา ราวกับอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย


วัฒนธรรมของอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

ชื่อ “จิ่วไจ้โกว” มาจากเก้าหมู่บ้านชาวทิเบตที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยาน ได้แก่ ซู่เจิ้งจ้าย, เจ๋อชาเหว๋อจ้าย, เฮยเจี่ยวจ้าย, เหอเย่จ้าย, ปันหย่าจ้าย, ย่าหลาจ้าย, เจียนปันจ้าย, เร่อซีจ้าย และกั๋วตู๋จ้าย หมู่บ้านทั้งเก้านี้ยังถูกเรียกรวมกันว่า “เฮอเหย่าเก้าไซ่” เพราะลูกหลานชาวทิเบตได้ตั้งรกรากและอาศัยอยู่ที่นี่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุ

ชาวทิเบตในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่ นับถือนิกายเบน (Bon religion) ซึ่งเริ่มเผยแพร่จากทิเบตมายังเขตอาป้า (Aba) ราวศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสต์กาล และผสมผสานกับลัทธิหมอผีในท้องถิ่น ภายหลังในศตวรรษที่ 6 ศาสนาเบนได้รับความนิยมกว้างขวาง แต่เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 7 พุทธศาสนาทิเบตได้เข้ามาเผยแพร่และเกิดการปะทะกัน ถึงอย่างนั้นศาสนาเบนยังคงมีฐานศรัทธาที่แข็งแรง ทำให้ไม่ถูกแทนที่ทั้งหมด แต่กลับพัฒนาเป็นแขนงหนึ่งของพุทธศาสนาทิเบต จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมทางศาสนาของท้องถิ่น

จนถึงปัจจุบัน จิ่วไจ้โกวยังคงรักษาขนบธรรมเนียมแบบทิเบตไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่งดงาม ดาบสั้นที่แข็งแกร่ง เหล้าข้าวบาร์เลย์เข้มข้น ชาเนยหอมละมุน ผ้าขาวคาดไหล่ “คาดา” การเต้นรำแบบทิเบตที่สนุกสนาน หรือแม้แต่การละเล่นพื้นบ้านอย่าง “เอ้อหนิวไท่กัง” (二牛抬杠) ที่โดดเด่นและหาชมได้ยาก ล้วนสะท้อนถึงเสน่ห์ของวัฒนธรรมทิเบตในพื้นที่นี้อย่างลึกซึ้ง


กิจกรรมที่ต้องทำเมื่อมาเยือนอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

การชมสถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยาน

ภายในจิ่วไจ้โกวมีพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก 3 โซน แต่ละโซนยังมีแหล่งท่องเที่ยวเล็ก ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ให้ค้นหาและเพลิดเพลิน

หุบเขาซู่เจิ้งโกว (Shuzheng Gou)

หุบเขาซู่เจิ้งโกวถือเป็นโซนหลักของจิ่วไจ้โกว และเป็นเส้นทางแรกที่นักท่องเที่ยวจะได้พบเมื่อเข้าสู่อุทยาน เต็มไปด้วยทะเลสาบและน้ำตกที่งดงาม สถานที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ กลุ่มทะเลสาบซู่เจิ้ง, น้ำตกซู่เจิ้ง และทะเลสาบเสือ น้ำในทะเลสาบใสสะอาดสะท้อนภูเขาโดยรอบ สร้างบรรยากาศสงบและสดชื่น โดยเฉพาะเมื่อแสงแดดส่องกระทบ ผิวน้ำจะเปล่งประกายเป็นสีฟ้าและเขียวสลับกันอย่างงดงามราวกับอยู่ในสวรรค์บนดิน กลุ่มทะเลสาบซู่เจิ้งยังเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของจิ่วไจ้โกว หากเดินตามเส้นทางริมฝั่ง จะได้สัมผัสทิวทัศน์ที่น้ำกับฟ้ากลมกลืนกันอย่างลงตัว ที่นี่ผสมผสานทั้งความเงียบสงบและความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ จึงเป็นจุดที่ไม่ควรพลาด

ทะเลสาบซู่เจิ้งในอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกวช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

หุบเขาเจ๋อชาเหว๋อโกว (Zechawa Gou)

หุบเขาเจ๋อชาเหว๋อโกวโด่งดังด้วยบรรยากาศเหนือจริงของทะเลสาบและน้ำตก โดยมีสองไฮไลท์สำคัญคือ ทะเลสาบชางไห่ (Long Lake) และ บ่อน้ำห้าสี (Five-Colored Pond) ทะเลสาบชางไห่เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในจิ่วไจ้โกว น้ำสีฟ้าใสสะท้อนขุนเขาสูงใหญ่รอบด้าน สร้างบรรยากาศอลังการ เหมาะแก่การถ่ายภาพสุด ๆ ส่วนบ่อน้ำห้าสีเกิดจากแร่ธาตุที่หลากหลายในน้ำ ทำให้ผิวน้ำเปลี่ยนเป็นสีสันสดใสยามต้องแสงแดด กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของจิ่วไจ้โกว ฤดูใบไม้ร่วงรอบ ๆ เต็มไปด้วยสีสันของใบไม้แดง เหลือง และส้ม ตัดกับน้ำสีฟ้า-เขียว กลายเป็นภาพที่งดงามราวงานศิลป์ หุบเขาแห่งนี้สงบแต่ก็มีพลังแฝงอยู่ มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ผู้มาเยือน

บ่อห้าสีที่มีน้ำสีฟ้าสดใสในอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

หุบเขารื่อเจ๋อโกว (Rize Gou)

หุบเขารื่อเจ๋อโกวเป็นโซนที่มีทิวทัศน์หนาแน่นที่สุดของจิ่วไจ้โกว โดดเด่นด้วย น้ำตกนั่วริหลาง (Nuorilang Waterfall), แก่งจู๊เพิร์ล (Pearl Shoal) และทะเลสาบห้าดอกไม้ (Five Flower Lake) น้ำตกนั่วริหลางคือน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของจิ่วไจ้โกว น้ำไหลแรงและตกกระทบอย่างยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดละอองน้ำสวยงาม ส่วนแก่งจู๊เพิร์ลมีสายน้ำกระทบตื้น ๆ คล้ายไข่มุกนับพันที่เต้นระยิบระยับบนผิวน้ำ ให้ความรู้สึกอ่อนช้อยงดงาม ขณะที่ทะเลสาบห้าดอกไม้มีสีสันสดใสเนื่องจากแร่ธาตุในน้ำ สร้างบรรยากาศตระการตาที่หาชมได้ยาก หุบเขานี้รวบรวมเสน่ห์ของจิ่วไจ้โกวไว้ครบถ้วน เป็นจุดที่เหมาะที่สุดสำหรับทั้งการถ่ายภาพและการท่องเที่ยวเชิงลึก

น้ำตกหนัวหลังในอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

คู่มือการซื้อตั๋วอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

ราคาบัตรผ่านประตู

  • ฤดูโลว์ซีซั่น (16 พ.ย.–31 มี.ค.)
    • ผู้ใหญ่: 80 หยวน/คน
    • เด็ก: 40 หยวน/คน
    • นักเรียน: 40 หยวน/คน (อายุ 15–18 ปีไม่ต้องใช้บัตร, นักศึกษามหาวิทยาลัยต้องแสดงบัตรนักศึกษา)
    • ผู้สูงอายุ: 40 หยวน/คน
    • ฟรี: เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี
    • เวลาเข้า: 08:30–14:00 (ต้องเข้าอุทยานก่อน 14:00 ของวันนั้น)
  • ฤดูไฮซีซั่น (1 เม.ย.–15 พ.ย.)
    • ผู้ใหญ่: 190 หยวน/คน
    • เด็ก: 95 หยวน/คน
    • นักเรียน: 95 หยวน/คน (อายุ 15–18 ปีไม่ต้องใช้บัตร, นักศึกษามหาวิทยาลัยต้องแสดงบัตรนักศึกษา)
    • ผู้สูงอายุ: 95 หยวน/คน
    • ฟรี: เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี
    • เวลาเข้า: 07:30–14:00 (ต้องเข้าอุทยานก่อน 14:00 ของวันนั้น)
  • การซื้อตั๋ว: โปรโมชั่นพิเศษบน Trip

บัตรโดยสารรถรับส่งภายในอุทยาน

รถรับส่งภายในจิ่วไจ้โกวสามารถขึ้น-ลงได้หลายครั้ง ช่วยประหยัดแรงและทำให้การเที่ยวสะดวกสบายมากขึ้น

  • ฤดูโลว์ซีซั่น (16 พ.ย.–31 มี.ค.)
    • ผู้ใหญ่: 80 หยวน/คน
    • เด็ก: 40 หยวน/คน
    • นักเรียน: 80 หยวน/คน
    • ผู้สูงอายุ: 80 หยวน/คน
    • ฟรี: เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี
  • ฤดูไฮซีซั่น (1 เม.ย.–15 พ.ย.)
    • ผู้ใหญ่: 90 หยวน/คน
    • เด็ก: 45 หยวน/คน
    • นักเรียน: 90 หยวน/คน
    • ผู้สูงอายุ: 90 หยวน/คน
    • ฟรี: เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี

วิธีการซื้อตั๋ว

  • ออนไลน์: สามารถซื้อตั๋วผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งมักมีโปรโมชั่นราคาพิเศษ
  • ออฟไลน์: สามารถซื้อตั๋วได้ที่ศูนย์บริการด้านหน้าอุทยาน อย่าลืมนำบัตรประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตนไปด้วย

บริการไกด์ของอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกวยังไม่มีบริการไกด์อย่างเป็นทางการ แม้เส้นทางและป้ายบอกทางภายในจะชัดเจนพอให้นักท่องเที่ยวเดินชมเองได้ แต่ถ้าอยากเรียนรู้เชิงลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวทิเบตในพื้นที่ แนะนำให้จ้างไกด์ท้องถิ่นที่มีความรู้ จะช่วยให้เข้าใจเรื่องราวได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มความคุ้มค่าในการเดินทาง คุณสามารถจองไกด์ผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงทัวร์ราคาถูกเกินไป เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีขึ้น


แผนการท่องเที่ยวหนึ่งวัน: ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่

การเดินทางจากเฉิงตู

  • 06:45 – ออกจากสถานีรถไฟตะวันออกเฉิงตู โดยสารรถไฟความเร็วสูงขบวนเช้าที่สุด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
  • 08:45 – ถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงจิ่วไจ้โกว บริเวณด้านนอกมีรถบัสไปยังอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกวและหวงหลง นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วบนรถ และรถจะออกเมื่อผู้โดยสารเต็ม
  • 10:30 – เดินทางถึงอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว หลังจากเข้าสวนแล้วสามารถขึ้น-ลงรถบัสภายในได้ไม่จำกัด
  • 12:00 – เริ่มเที่ยว แก่งไข่มุก (Pearl Shoal)、ทะเลสาบชางไห่ (Long Lake) และบ่อน้ำห้าสี (Five-Colored Pond) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของจิ่วไจ้โกว
  • 15:15 – เดินจากทางออกอุทยานไปยังจุดขึ้นรถบัส (ประมาณ 1,000 เมตร) ควรซื้อตั๋วรถบัสขากลับล่วงหน้า เนื่องจากตารางรถมักจะตรงกับเวลาออกของรถไฟ
  • 15:30 – โดยสารรถบัสออกจากอุทยาน กลับไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงจิ่วไจ้โกว
  • 18:20 – เดินทางกลับเฉิงตูโดยรถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

เส้นทางท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

  • ช่วงเช้า – หุบเขาเจ๋อชาเหว๋อโกว และหุบเขารื่อเจ๋อโกว
    • นั่งรถบัสเข้าอุทยาน ลงที่สถานีกลางนั่วริหลาง
    • ต่อรถไปยังหุบเขาเจ๋อชาเหว๋อโกว ลงที่ทะเลสาบชางไห่ เดินเล่นต่อไปยังบ่อน้ำห้าสีเพื่อชมความงดงามหลากสี
    • นั่งรถกลับสถานีกลางนั่วริหลาง จากนั้นต่อรถไปยังหุบเขารื่อเจ๋อโกว
  • ช่วงกลางวัน – รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารนั่วริหลาง
  • ช่วงบ่าย – หุบเขารื่อเจ๋อโกว และหุบเขาซู่เจิ้งโกว
    • ต่อรถไปยังป่าดึกดำบรรพ์ จุดสิ้นสุดของรื่อเจ๋อโกว ระหว่างทางสามารถลงที่ทะเลสาบลูกศรไผ่ (Arrow Bamboo Lake) เดินชมเส้นทางจนถึงทะเลสาบกระจก (Mirror Lake)
    • กลับมายังสถานีกลางนั่วริหลาง แล้วเดินชมความอลังการของน้ำตกนั่วริหลาง
    • จากนั้นนั่งรถไปยังทะเลสาบแรด (Rhino Lake) แล้วเดินต่อไปจนถึงโขดหินบอนไซ (Bonsai Shoal) ซึ่งเป็นโซนไฮไลท์ของหุบเขาซู่เจิ้งโกว
    • หลังจากเที่ยวครบ นั่งรถบัสออกจากอุทยาน จบโปรแกรมหนึ่งวัน

แผนการท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน: เที่ยวเชิงลึก

วันแรก: เดินทางจากเฉิงตู → ถึงอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

  • เช้า – เดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงจากสถานีตะวันออกเฉิงตู ควรเลือกขบวนเช้าเพื่อถึงจิ่วไจ้โกวก่อนเที่ยง
  • เที่ยง – ถึงจิ่วไจ้โกว แวะชิม หม้อไฟเนื้อจามรี เติมพลังสำหรับการเดินทาง
  • บ่าย – พักผ่อนที่โรงแรม หรือเดินทางไปยัง หุบเขาจงชาโกว (Zhongcha Gou) เพื่อขี่ม้าและสัมผัสทุ่งหญ้าสูง พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมทิเบต
  • เย็น – ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง เช่น เหล้าข้าวบาร์เลย์ ชาเนย และหม้อไฟสไตล์ทิเบต

วันที่สอง: เที่ยวอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกวเต็มวัน → เดินทางกลับเฉิงตูตอนเย็น

  • เช้า – มาถึงประตูทางเข้าเวลา 09:00 ฝากกระเป๋าเพื่อเที่ยวได้สะดวกขึ้น
  • ช่วงเช้า – เที่ยว หุบเขาเจ๋อชาเหว๋อโกว และรื่อเจ๋อโกว โดยเริ่มจากสถานีกลางนั่วริหลาง ต่อรถไปยังทะเลสาบชางไห่ เดินตามเส้นทางไปชมบ่อน้ำห้าสี
  • เที่ยง – ทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารนั่วริหลาง พักผ่อนสักครู่
  • บ่าย – เจาะลึกเส้นทาง หุบเขาซู่เจิ้งโกว และรื่อเจ๋อโกว โดยเที่ยวทะเลสาบลูกศรไผ่ ทะเลสาบกระจก และน้ำตกนั่วริหลาง จากนั้นกลับสถานีกลาง และปิดท้ายด้วยการเดินจากทะเลสาบแรดไปจนถึงโขดหินบอนไซ
  • 17:00 – ออกจากอุทยาน และสามารถทานอาหารเย็นแถวใกล้ ๆ ก่อนกลับ
  • ค่ำ – ขึ้นรถไฟความเร็วสูงกลับเฉิงตู ปิดทริปเที่ยวเชิงลึก 2 วัน 1 คืน

ฤดูกาลที่ดีที่สุดในการเที่ยวอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

ฤดูใบไม้ผลิ: เทศกาลดอกไม้และเทศกาลทูโม (Tumo Festival)

ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (กลางเดือนมี.ค.–กลางเดือนเม.ย.) ดอกไม้ป่าจะเบ่งบานเต็มหุบเขา โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าอุทยาน ทะเลสาบกก (Reed Lake)、ทะเลสาบประกายไฟ (Spark Lake) และทะเลสาบเสือ (Tiger Lake) นอกจากนี้ในวันที่ 16 เดือนอ้ายตามปฏิทินจันทรคติ ชาวไป๋หม่า (Baima Tibetans) จะจัดงานเทศกาลทูโม จุดกองไฟ ร่ายรำรอบเปลวไฟ และร้องเพลง “โอซึล่า” บรรยากาศคึกคัก เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม

งานเทศกาลทู่โม่พร้อมกองไฟในจิ่วไจ้โกว

ฤดูร้อน: ช่วงน้ำมากและเป็นแหล่งพักร้อนยอดนิยม

ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) คือช่วงที่น้ำตกมีปริมาณน้ำมากที่สุด น้ำไหลแรงตระการตา ทะเลสาบใสสะอาดสีฟ้าอมเขียว ต้นไม้เขียวชอุ่ม สดชื่นทั้งหุบเขา อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินป่าและถ่ายภาพ ทะเลสาบสะท้อนท้องฟ้าและภูเขา ดุจอัญมณีระยิบระยับ จึงเป็นที่หลบร้อนยอดฮิต

ภูมิทัศน์สีเขียวชอุ่มในฤดูร้อนของอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

ฤดูใบไม้ร่วง: ทิวเขาแต่งแต้มด้วยใบไม้แดง

ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) เป็นช่วงชมใบไม้แดงที่สวยที่สุด ภูเขาทั้งลูกค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีทอง ส้ม และแดงเข้ม

  • ปลายก.ย.–ต้นต.ค.: ใบไม้เริ่มเหลือง ดัชนีใบไม้แดงระดับ Ⅰ (10%–35%) เหมาะกับการเที่ยวชม
  • กลาง–ปลายต.ค.: ดัชนีใบไม้แดงระดับ Ⅱ (35%–60%) สีแดง เหลือง ส้มผสมกันสวยงาม
  • ปลายต.ค.–ต้นพ.ย.: ดัชนีใบไม้แดงระดับ Ⅲ (60%–95%) สีแดงเข้มและม่วงแดงถึงจุดสูงสุด ถือเป็นช่วงไฮไลท์ของจิ่วไจ้โกวในฤดูใบไม้ร่วง
ใบไม้เปลี่ยนสีฤดูใบไม้ร่วงริมทะเลสาบอันเงียบสงบในอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

ฤดูหนาว: โลกแห่งเทพนิยายหิมะและน้ำแข็ง

ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.) จิ่วไจ้โกวปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ทั้งทะเลสาบ ภูเขา และป่าไม้กลายเป็นดินแดนฤดูหนาวสุดโรแมนติก น้ำใสสีฟ้าเหมือนอัญมณีสะท้อนแสงท่ามกลางหิมะ บรรยากาศเงียบสงบสวยงาม ราวกับอยู่ใน “ดินแดนนิทานน้ำแข็งและหิมะ” มอบประสบการณ์พิเศษทั้งทางสายตาและทางใจแก่ผู้มาเยือน

อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกวปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว

อาหารแนะนำในอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

อาหารภายในอุทยาน

  • ร้านอาหารนั่วริหลาง (Nuorilang Restaurant)
    • เซ็ตข้าวกล่อง:
      • 25 หยวน: หมูผัดเห็ดหูหนู + เต้าหู้ผัดเผ็ด (Mapo Tofu)
      • 30 หยวน: ไก่ผัดสไตล์บ้าน ๆ + หมูผัดเห็ดหูหนู + เต้าหู้ผัดเผ็ด
      • 40 หยวน: หมูตุ๋น + ไส้กรอกแห้ง + เห็ดหูหนู (เมนูอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน)
    • บุฟเฟต์: 60 หยวน/คน
    • เมนูเส้น: 30 หยวน เช่น บะหมี่ผัดซอสสไตล์จิ่วไจ้ (น้ำแดง/น้ำใส)、บะหมี่เนื้อจามรีตุ๋น
    • ร้านตั้งอยู่บริเวณจุดศูนย์กลางนั่วริหลาง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการอาหารง่าย ๆ เติมพลังได้รวดเร็ว
  • ร้านขายของเล็ก ๆ ในอุทยาน
    • ไส้กรอกย่าง: 5–10 หยวน/ไม้ อาหารทานเล่นร้อน ๆ
    • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป: 15 หยวน/ถ้วย
    • ข้าวกล่องอุ่นเอง: 30 หยวน/กล่อง
    • ขนมปังนุ่ม: 15 หยวน/ถุง
    • มีของว่างหลายอย่างให้เลือก เหมาะสำหรับพกไว้กินระหว่างเดินเที่ยวชมธรรมชาติ

อาหารภายนอกอุทยาน

  • Himalaya Music Tibetan Bar
    • ที่อยู่: ชั้นสอง ข้างโรงแรม Fanshan Lijing บนถนนบาร์สตรีท
    • ราคาเฉลี่ย: 120 หยวน/คน
    • เหตุผลที่แนะนำ: บรรยากาศทิเบตแท้ ๆ มีการแสดงดนตรีสดโดยเจ้าของร้าน สนุกสนานและได้อรรถรส เหมาะแก่การสัมผัสวัฒนธรรมทิเบต
    • เมนูแนะนำ:
      • เนื้อจามรีอบมันฝรั่ง: เนื้อนุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอดกรอบและแผ่นแป้งบาง ๆ หอมอร่อย
      • ซี่โครงแกะย่าง: ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่ม จิ้มกับน้ำจิ้มกระเทียมสูตรพิเศษ
      • โยเกิร์ต + ไอศกรีม: หวานมันหอม เข้มข้น
      • ชาเนย (Butter Tea): ชาแบบทิเบต รสเค็มมัน เป็นเครื่องดื่มดั้งเดิมที่ควรลองสักครั้ง
อาหารท้องถิ่นเนื้อจามรีแบบทิเบตร่วมกับผักในจิ่วไจ้โกว
  • หม้อไฟเนื้อจามรีสไตล์จิ่วไจ้โกว
    • ที่อยู่: เลขที่ 63 กลุ่ม 2 หมู่บ้านเผิงเฟิง (Pengfeng Village) ถนน G544
    • ราคาเฉลี่ย: 80 หยวน/คน
    • เหตุผลที่แนะนำ: ตั้งอยู่ใกล้ทางเข้าอุทยาน โด่งดังเรื่องหม้อไฟเนื้อจามรี รสชาติดั้งเดิม บริการเป็นกันเอง ได้รับคำชมมากมาย
    • เมนูแนะนำ:
      • หม้อไฟเนื้อจามรีใส่เห็ดป่า: น้ำซุปเห็ดเข้มข้น เนื้อเคี้ยวหนึบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มพิเศษ
      • หมูทอดกรอบ: เนื้อนุ่ม เคลือบด้วยความกรอบ หอมกลิ่นพริกเสฉวน
หม้อไฟเนื้อจามรีแบบท้องถิ่นพร้อมอาหารทิเบตในจิ่วไจ้โกว

ที่พักแนะนำใกล้อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว

โซนโรงแรมใกล้ทางเข้าอุทยาน

เป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักท่องเที่ยว สามารถเดินไปยังประตูทางเข้าอุทยานได้ในเวลา 3–15 นาที สะดวกสบาย โรงแรมส่วนใหญ่เป็นระดับกลาง เหมาะกับคนที่ต้องการพักใกล้ทางเข้า

  • โรงแรม Jiuzhai VIP Building Hotel: 1000 หยวน/คืน
  • โรงแรม Jiuzhai Manor Sheraton: 550 หยวน/คืน
  • โรงแรม All Seasons (สาขาใกล้ทางเข้า): 650 หยวน/คืน
  • โรงแรม Jiuzhaigou Licheng Huating Resort: 400 หยวน/คืน

โซนโรงแรมหมู่บ้าน Luneng

โรงแรมในโซนนี้หรูหรากว่ามาตรฐานทั่วไป ให้บริการระดับสูงและความสะดวกสบายเหนือระดับ เพียงแต่ต้องนั่งรถไปยังทางเข้าอุทยาน

  • โรงแรม The Ritz-Carlton Reserve Rissai Valley: 10000 หยวน/คืน
  • โรงแรม Conrad Jiuzhai: 1300 หยวน/คืน
  • โรงแรม Hilton Jiuzhai Luneng Resort: 1000 หยวน/คืน (คุ้มค่าที่สุด)

การเดินทางจากสนามบินจิ่วไจ้หวงหลง ไปยังอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว (2 วิธีหลัก)

สนามบินจิ่วไจ้หวงหลงอยู่ห่างจากอุทยานจิ่วไจ้โกวประมาณ 88 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 1.5–2 ชั่วโมง โดยมี 2 วิธีการเดินทางหลักดังนี้:

1. รถบัสสนามบิน (แนะนำ)

  • เส้นทาง: มีรถบัสตรงจากสนามบินไปยังอุทยาน เวลาออกปรับตามตารางเที่ยวบิน
  • ค่าโดยสาร: 50 หยวน/คน
  • ระยะเวลา: ประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
  • จุดเด่น: รถบัสไปถึงประตูอุทยานโดยตรง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวเดินทางเดี่ยวหรือกลุ่มเล็ก
  • เวลาให้บริการ: ตั้งแต่เที่ยวบินแรกมาถึง จนถึง 19:30 ของแต่ละวัน

2. แท็กซี่

  • ค่าโดยสาร: 200–300 หยวน/คัน
  • ระยะเวลา: ประมาณ 1.5 ชั่วโมง
  • จุดเด่น: สะดวก รวดเร็ว เหมาะกับผู้ที่มีสัมภาระมาก หรือเดินทางเป็นกลุ่มหลายคนเพื่อแชร์ค่าใช้จ่าย
  • เวลาให้บริการ: 24 ชั่วโมง

การเดินทางจากเฉิงตูไปอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว (3 วิธีหลัก)

ระยะทางจากเฉิงตูไปจิ่วไจ้โกวประมาณ 330 กม. โดยมีตัวเลือกยอดนิยมคือ รถไฟความเร็วสูง + รถบัส, เครื่องบิน + รถบัส/แท็กซี่ และรถบัสตรง

1. รถไฟความเร็วสูง + รถบัส (แนะนำ)

  • เส้นทาง: สถานีรถไฟตะวันออกเฉิงตู → สถานีจิ่วไจ้โกว (รถไฟความเร็วสูง) → รถบัสไปยังอุทยาน
  • ระยะเวลา: รถไฟความเร็วสูงประมาณ 2 ชั่วโมง, รถบัส 1.5 ชั่วโมง
  • ค่าใช้จ่าย: รถไฟประมาณ 150 หยวน, รถบัส 30–50 หยวน
  • จุดเด่น: รวดเร็วและสะดวก เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัด

2. เครื่องบิน + รถบัสสนามบิน/แท็กซี่

  • เส้นทาง: สนามบินนานาชาติเฉิงตูซวงหลิว / สนามบินนานาชาติเทียนฝู → สนามบินจิ่วหวง → รถบัสสนามบิน/แท็กซี่
  • ระยะเวลา: เครื่องบินประมาณ 1 ชั่วโมง, จากสนามบินไปอุทยาน 1.5–2 ชั่วโมง
  • ค่าใช้จ่าย: ตั๋วเครื่องบิน 500–1500 หยวน (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล), รถบัส 45–50 หยวน, แท็กซี่ 200–300 หยวน
  • จุดเด่น: เหมาะสำหรับผู้ที่อยากถึงเร็วและไม่กังวลเรื่องงบ โดยเฉพาะฤดูท่องเที่ยวควรจองล่วงหน้า

3. รถบัสตรง

  • สถานีขึ้นรถ: สถานีขนส่ง Xinnanmen หรือ Chadianzi ในเฉิงตู
  • ระยะเวลา: 8–10 ชั่วโมง
  • ค่าใช้จ่าย: 150–200 หยวน
  • จุดเด่น: ประหยัด เหมาะกับผู้ที่งบจำกัด แต่ต้องใช้เวลานาน รถบัสจะแวะพักตามเส้นทาง

การเดินทางจากซีอานไปอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว (2 วิธีหลัก)

ระยะทางจากซีอานถึงจิ่วไจ้โกวประมาณ 600 กม. มี 2 วิธีหลักคือ เครื่องบิน + รถบัส/แท็กซี่ และ รถไฟความเร็วสูง + รถบัส

1. เครื่องบิน + รถบัสสนามบิน/แท็กซี่

  • เส้นทาง: สนามบินนานาชาติซีอานเสียนหยาง → สนามบินจิ่วหวง → รถบัสสนามบิน/แท็กซี่
  • ระยะเวลา: เครื่องบิน 1 ชั่วโมง, จากสนามบินไปอุทยาน 1.5–2 ชั่วโมง
  • ค่าใช้จ่าย: ตั๋วเครื่องบิน 600–1500 หยวน (ขึ้นกับฤดูกาล), รถบัส 50 หยวน, แท็กซี่ 200–300 หยวน
  • จุดเด่น: เร็วที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่อยากถึงเร็ว แต่ต้องจองตั๋วล่วงหน้าในช่วงพีค

2. รถไฟความเร็วสูง + รถบัส

  • เส้นทาง: สถานีซีอานเหนือ → สถานีกว่างหยวน (รถไฟความเร็วสูง) → รถบัสไปจิ่วไจ้โกว
  • ระยะเวลา: รถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง, รถบัสประมาณ 5 ชั่วโมง
  • ค่าใช้จ่าย: รถไฟ 120 หยวน, รถบัส 100–150 หยวน
  • จุดเด่น: เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เร่งรีบและอยากควบคุมงบประมาณ

จะเกิดอาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness) ที่จิ่วไจ้โกวหรือไม่?

ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะไม่เกิดอาการแพ้ความสูง เนื่องจากจิ่วไจ้โกวมีความสูงประมาณ 2,000–3,100 เมตร ถือว่าไม่สูงเกินไป แต่อาจมีบางคนที่ไวต่อความสูงเกิดอาการเล็กน้อย เช่น เวียนหัว ปวดหัว หรืออ่อนเพลีย วิธีป้องกัน:

  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการออกแรงหนักในช่วงแรกที่มาถึง
  • เตรียมของว่าง เช่น ลูกอม ถั่ว หรือขนมเล็ก ๆ ไว้เติมพลัง
  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำง่าย
  • เตรียมยาหรือถังออกซิเจนพกพา หากเป็นคนที่อ่อนไหวต่อสภาพที่สูง

คำถามที่พบบ่อย

มีบัตรผ่านประตูแบบหลายวันหรือไม่?

ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกวยังไม่มีการจำหน่ายบัตรผ่านประตูแบบหลายวัน หากต้องการเที่ยว 2 วัน นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องซื้อตั๋วใหม่ทุกวัน รวมถึงบัตรรถบัสก็ต้องซื้อตามแต่ละวันเช่นกัน

สามารถฝากสัมภาระได้หรือไม่?

เมื่อเข้าสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้เดินไปทางซ้ายไปยังร้าน “Jingtu Aba” จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 10 เมตร จะเจอห้องฝากสัมภาระแบบชั้นวาง สามารถขอป้ายแท็กเล็กจากเจ้าหน้าที่ เขียนหมายเลขโทรศัพท์ติดไว้ที่สัมภาระ แล้วจึงนำไปฝากได้ สะดวกและรวดเร็ว

สามารถบินโดรนภายในอุทยานได้หรือไม่?

อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว ไม่อนุญาตให้ใช้โดรน ภายในพื้นที่ เนื่องจากมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม